บทความให้ความรู้ทางกฎหมาย: ปัญหา "ผู้รับเหมาทิ้งงาน" และ "ผู้รับเหมาโกง" เป็นเรื่องที่พบบ่อยในงานก่อสร้าง ต่อเติม รีโนเวท และจัดสวน บทความนี้รวบรวมขั้นตอนการดำเนินการ สิทธิในการแจ้งความและฟ้องร้อง พร้อมข้อมูลอายุความตามกฎหมายไทย โดยอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลทางกฎหมายที่น่าเชื่อถือ
ผู้รับเหมาทิ้งงาน คืออะไร
ผู้รับเหมาทิ้งงาน คือ การที่ผู้รับเหมาหยุดทำงานก่อนงานจะเสร็จสมบูรณ์ตามสัญญา หรือตามที่ตกลงกันไว้ มักจะทิ้งงานโดยไม่ได้แจ้งล่วงหน้า เช่น การว่าจ้างเพื่อก่อสร้าง ต่อเติม ตกแต่ง ซ่อมแซม รีโนเวทบ้าน วางระบบไฟฟ้า น้ำประปา หรือจัดสวน
ในทางกฎหมาย งานลักษณะนี้ถือเป็น "สัญญาจ้างทำของ" ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยมีจุดสำคัญคือ วัตถุประสงค์ของสัญญาจ้างทำของคือ "ผลสำเร็จของงาน" ไม่ใช่ต้องการเฉพาะแรงงานของผู้รับจ้างเท่านั้น
ข้อควรรู้ที่สำคัญ: การจ้างผู้รับเหมา แม้จะจ้างปากเปล่า ผ่านโทรศัพท์ หรือการคุยกันทางไลน์ ก็ถือเป็นสัญญาจ้างทำของ สามารถฟ้องร้องบังคับคดีกันได้โดยไม่ต้องมีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร โดย กฎหมายไม่ได้กำหนดไว้ว่าต้องทำเป็นหนังสือ สามารถใช้พยานบุคคล ภาพถ่าย หรือพยานวัตถุอื่นเข้าสืบเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงได้

พฤติการณ์แบบไหน เข้าข่าย "ผู้รับเหมาโกง"
จากข้อมูลของสำนักงานกฎหมาย พฤติการณ์ที่อาจเข้าข่ายความผิด ได้แก่ เบิกเงินแล้วไม่ทำงานตามสัญญา เบิกเงินไปแล้วงานล่าช้ากว่ากำหนดแบบไม่มีเหตุผล เบิกค่าวัสดุเกินจริง นำวัสดุเกรดต่ำมาใช้ งานไม่ได้มาตรฐานแล้วตามตัวกลับมาซ่อมไม่ได้ หรือเปลี่ยนทีมงานก่อสร้างโดยไม่แจ้งและเจ้าของบ้านยังไม่อนุญาต
กรณีที่อาจเข้าข่ายฉ้อโกง คือ มีการหลอกลวงว่าจะทำงาน รับเงินไปแล้วหนีหาย หรือหลอกให้ทำงาน ได้ของแล้วไม่จ่าย หนีหาย ไร้การติดต่อ
โดนผู้รับเหมาทิ้งงาน ต้องทำยังไง (ขั้นตอนเบื้องต้น)
1. ตรวจสอบและรวบรวมหลักฐานความเสียหาย
สิ่งแรกที่ควรทำคือตรวจสอบความเสียหายว่ามีมากน้อยเพียงใด แล้ว รวบรวมเอกสารต่าง ๆ อาทิ สำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน หนังสือรับรองบริษัท (ถ้ามี) สัญญาจ้าง และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมปรึกษาทนายความ
2. ทำหนังสือบอกกล่าวทวงถาม / บอกเลิกสัญญา
ก่อนฟ้อง เจ้าหนี้อาจใช้วิธีให้ทนายความหรือสำนักงานกฎหมายส่งหนังสือทวงถาม (โนติส/NOTICE) ไปยังลูกหนี้เสียก่อน ซึ่งข้อความจะต้องครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด หากไม่ชำระจึงยื่นฟ้อง ในกรณีผู้รับเหมาผิดสัญญา สภาองค์กรของผู้บริโภคระบุว่า เมื่อผู้รับเหมาทิ้งงานถือว่าผิดสัญญา สามารถบอกยกเลิกสัญญาหรือฟ้องดำเนินคดีได้
3. ร้องเรียนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือแจ้งความ
กรณีไกล่เกลี่ยไม่สำเร็จ หรือไม่สามารถติดต่อผู้รับเหมาได้ สามารถเข้าร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) หรือแจ้งความฟ้องดำเนินคดีกับผู้รับเหมาได้
แจ้งความได้ไหม ฟ้องอาญาหรือแพ่ง
ผู้ว่าจ้างที่ถูกผู้รับเหมาทิ้งงาน สามารถฟ้องคดีแพ่งและคดีอาญาได้ โดยแบ่งได้เป็น 2 ทาง
คดีแพ่ง (เรียกค่าเสียหาย / เงินคืน)
เป็นการเรียกร้องตามสัญญาจ้างทำของ กรณีที่ผู้รับเหมาเบิกเงินไปแล้วเอาของมาวางไว้เฉย ๆ แต่ไม่มาทำงาน สามารถเรียกเงินค่าก่อสร้างคืนได้ หรือเรียกเงินค่าปรับส่งงานช้าได้
นอกจากนี้ กรณีที่ยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ ผู้ว่าจ้างสามารถบอกเลิกสัญญาจ้างได้ แม้ผู้รับจ้างไม่ได้ผิดสัญญา แต่ต้องเสียค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้รับจ้าง
คดีอาญา (ฐานฉ้อโกง)
หากมีพฤติการณ์หลอกลวง อาจเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ซึ่งบัญญัติว่า ผู้ใดโดยทุจริต หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง และโดยการหลอกลวงนั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม ผู้นั้นกระทำความผิดฐานฉ้อโกง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี
แหล่งข้อมูลทางกฎหมายระบุโทษเต็มของมาตรา 341 ว่า มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ข้อควรระวัง: การที่ผู้รับเหมาทิ้งงานเพียงอย่างเดียว อาจถือเป็นเพียง "การผิดสัญญาทางแพ่ง" ไม่ได้เป็นความผิดอาญาเสมอไป ความผิดฐานฉ้อโกงต้องมี "เจตนาทุจริตหลอกลวงตั้งแต่ต้น" ประกอบด้วย ดังนั้นการพิจารณาว่าเข้าข่ายอาญาหรือไม่ ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี
อายุความในการฟ้อง มีกี่ปี
อายุความแตกต่างกันตามประเภทคดี ดังนี้
อายุความคดีแพ่ง (จ้างทำของ)
กระทรวงยุติธรรมระบุว่า สำหรับอายุความคดีจ้างทำของนั้น จะต้องฟ้องร้องดำเนินคดีภายใน 2 ปี
กรณีงานชำรุดบกพร่องหลังส่งมอบมีอายุความแยกต่างหาก โดย เมื่อมีการก่อสร้างชำรุดบกพร่อง ผู้ว่าจ้างมีสิทธิเรียกร้องหรือฟ้องผู้รับเหมาภายในอายุความ 1 ปี นับแต่วันก่อสร้างเสร็จหรือรับมอบงานแล้ว
อายุความคดีอาญา (ฉ้อโกง)
ความผิดฐานฉ้อโกงเป็น "ความผิดอันยอมความได้" จึงมีกำหนดเวลาร้องทุกข์ที่สั้นและสำคัญมาก โดยคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1413/2535 วางหลักว่า ความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 เป็นความผิดอันยอมความได้ ผู้เสียหายจะต้องร้องทุกข์ภายในกำหนด 3 เดือน นับแต่วันรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิด มิฉะนั้นคดีเป็นอันขาดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96
สอดคล้องกับข้อมูลของสำนักงานกฎหมายที่ระบุว่าความผิดฐานฉ้อโกง มีอายุความ 3 เดือน นับจากวันที่รู้ตัวว่าโดนโกงหรือวันที่ความเสียหายเกิดขึ้น
สรุปประเด็นอายุความ: หากต้องการดำเนินคดีอาญาฐานฉ้อโกง ต้อง ร้องทุกข์ภายใน 3 เดือน นับแต่วันรู้เรื่องและรู้ตัวผู้กระทำผิด ส่วนคดีแพ่งจ้างทำของ มีอายุความ 2 ปี จึงควรรีบดำเนินการ อย่าปล่อยให้ขาดอายุความ
หน่วยงานที่รับเรื่องร้องเรียน
จากข้อมูลที่รวบรวมได้ ผู้เสียหายสามารถดำเนินการผ่านช่องทางต่อไปนี้ (สถานะการรับเรื่องขึ้นอยู่กับแต่ละหน่วยงานและรายละเอียดของคดี)
- สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) — รับเรื่องร้องเรียนกรณีไกล่เกลี่ยไม่สำเร็จหรือติดต่อผู้รับเหมาไม่ได้
- สถานีตำรวจ — สำหรับการแจ้งความดำเนินคดีอาญา (กรณีเข้าข่ายฉ้อโกง)
- มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค — มีแบบฟอร์มหนังสือ "ขอให้ดำเนินการตามสัญญา (จ้างทำของ ก่อสร้างบ้าน ทิ้งงาน)" ให้ใช้งาน
- ศูนย์ดำรงธรรม / ทนายความ — สำหรับการไกล่เกลี่ยและเตรียมฟ้องคดี
ทั้งนี้ การประเมินว่าจะดำเนินคดีในทางใด และอยู่ในอายุความหรือไม่ ควรปรึกษาทนายความหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาตามข้อเท็จจริงรายกรณี
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1: ไม่ได้ทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร ฟ้องผู้รับเหมาได้ไหม? ได้ การจ้างผู้รับเหมาแม้จะจ้างปากเปล่า ผ่านโทรศัพท์ หรือคุยกันทางไลน์ ก็ถือเป็นสัญญาจ้างทำของ สามารถฟ้องร้องบังคับคดีกันได้โดยไม่ต้องมีสัญญา โดยใช้พยานบุคคล ภาพถ่าย หรือพยานวัตถุอื่นในการพิสูจน์
Q2: ผู้รับเหมาทิ้งงาน ฟ้องอาญาฐานฉ้อโกงได้เลยไหม? ไม่เสมอไป การทิ้งงานเฉย ๆ มักเป็นเรื่องผิดสัญญาทางแพ่ง การจะเป็นความผิดฐานฉ้อโกงต้องมีพฤติการณ์หลอกลวงด้วยเจตนาทุจริต เช่น หลอกลวงว่าจะทำงาน รับเงินไปแล้วหนีหาย ไร้การติดต่อ ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเป็นรายกรณี
Q3: อายุความฟ้องคดีแพ่งจ้างทำของกี่ปี? ต้องฟ้องร้องดำเนินคดีภายใน 2 ปี ส่วนกรณีงานชำรุดบกพร่อง มีอายุความ 1 ปี นับแต่วันก่อสร้างเสร็จหรือรับมอบงาน
Q4: คดีฉ้อโกงต้องร้องทุกข์ภายในกี่วัน? ต้องร้องทุกข์ภายใน 3 เดือน นับแต่วันรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิด มิฉะนั้นคดีขาดอายุความ
Q5: โทษของความผิดฐานฉ้อโกงคืออะไร? จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

