นครราชสีมา – เปิดอีกหนึ่งกรณีเตือนภัยสำหรับคนที่ฝันอยากมีบ้าน เมื่อหญิงวัย 57 ปี ชาวอำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา ตัดสินใจเข้าร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรม หลังจ้างผู้รับเหมาสร้างบ้านด้วยเงินเกือบ 2 ล้านบาท แต่ผ่านไป 5 เดือน บ้านในฝันกลับมีเพียงเสาตั้งอยู่กลางที่ดิน
ลำดับเหตุการณ์
เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2569 นางรุ่งพิมล ลิ้มขุนทด อายุ 57 ปี ชาวตำบลโนนเต็ง อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา ได้นำเอกสารสัญญารับเหมาก่อสร้างบ้านเข้าร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอคง หลังถูกผู้รับเหมารายหนึ่งในพื้นที่อำเภอโนนสูง รับงานสร้างบ้านแล้วทิ้งงานไม่ดำเนินการต่อตามสัญญา
นางรุ่งพิมลเปิดเผยว่า ตนต้องการมีบ้านสักหลังไว้อยู่อาศัยกับลูก ๆ ต่อมาพบเห็นผู้รับเหมารายหนึ่งโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กว่ารับสร้างบ้านราคาย่อมเยาแต่ได้งานที่สวยงามและได้มาตรฐาน เมื่อเห็นว่าอยู่ในจังหวัดเดียวกันและมีผลงานน่าเชื่อถือ จึงตัดสินใจติดต่อทำสัญญา
รายละเอียดสัญญาระบุวงเงินก่อสร้าง 1.84 ล้านบาท กำหนดให้แล้วเสร็จภายใน 7 เดือน เริ่มก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 14 มกราคม 2569 แต่เมื่อเวลาผ่านไปแล้วราว 5 เดือน หน้างานกลับมีเพียงเสาบ้านเท่านั้น ทำให้เจ้าของบ้านเริ่มกังวลว่างานจะไม่เสร็จตามกำหนด
เมื่อพยายามติดต่อให้กลับมาดำเนินการต่อ กลับถูกปฏิเสธโดยอ้างว่าขาดทุน ทั้งที่ผู้รับเหมาได้เบิกเงินงวดแรกไปแล้วถึง 1.34 ล้านบาท จากวงเงินรวม 1.84 ล้านบาท หรือคิดเป็นกว่า 70% ของมูลค่าสัญญา สวนทางกับเนื้องานที่ทำได้จริง
ที่น่าตกใจคือ หลังประสานกับตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่ามีผู้เสียหายที่ถูกผู้รับเหมารายเดียวกันหลอกในลักษณะเดียวกันถึงเกือบ 10 ราย โดยกลุ่มผู้เสียหายเตรียมรวมตัวกันเข้าแจ้งความกับกองปราบปราม เพื่อให้ดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกงประชาชน
วิเคราะห์: ทำไมกรณีแบบนี้ถึงเกิดซ้ำ
กรณีนี้สะท้อนรูปแบบการหลอกลวงที่พบบ่อยในวงการรับเหมาก่อสร้างบ้าน ซึ่งมีจุดสังเกตหลายอย่างที่ควรเรียนรู้
ประเด็นแรกคือเรื่อง การเบิกเงินที่ไม่สอดคล้องกับเนื้องาน เมื่อผู้รับเหมาเบิกเงินไปแล้ว 70% แต่ทำงานจริงได้เพียงเสาบ้าน นี่คือสัญญาณอันตรายที่ชัดเจนที่สุด โดยปกติการจ่ายเงินค่าก่อสร้างควรแบ่งเป็นงวดตามความคืบหน้าของงาน (Progress Payment) ไม่ใช่จ่ายล่วงหน้าเป็นก้อนใหญ่
ประเด็นที่สองคือ การตลาดผ่านโซเชียลมีเดีย การที่ผู้รับเหมาโฆษณาว่า "ราคาถูกแต่ได้งานสวยและมาตรฐาน" เป็นข้อเสนอที่ดูดีเกินจริง ซึ่งในงานก่อสร้างคุณภาพ ราคา และความเร็ว มักไม่สามารถได้ครบทั้งสามอย่างพร้อมกัน
ประเด็นที่สามคือ จำนวนผู้เสียหายหลายราย ซึ่งบ่งชี้ว่าอาจเป็นการกระทำที่มีลักษณะหลอกลวงต่อเนื่องเป็นขบวนการ ไม่ใช่แค่ความผิดพลาดทางธุรกิจ
คำเตือนสำหรับผู้ที่กำลังจะสร้างบ้าน
สำหรับใครที่กำลังวางแผนปลูกบ้าน สิ่งที่ควรระมัดระวังก่อนเซ็นสัญญาและจ่ายเงิน ได้แก่ การตรวจสอบตัวตนและผลงานจริงของผู้รับเหมาด้วยการไปดูหน้างานจริงและพูดคุยกับเจ้าของบ้านหลังเดิม ๆ ที่เคยใช้บริการ การทำสัญญาที่ระบุงวดงานและงวดเงินให้สอดคล้องกัน โดยควรหักเงินประกันผลงาน (Retention) ไว้ส่วนหนึ่งจนกว่างานจะเสร็จสมบูรณ์ การหลีกเลี่ยงการจ่ายเงินล่วงหน้าจำนวนมากก่อนเริ่มงาน และการขอดูใบอนุญาตประกอบวิชาชีพหากเป็นงานที่ต้องใช้วิศวกรหรือสถาปนิกรับรอง
หากตกเป็นเหยื่อแล้ว ผู้เสียหายสามารถรวบรวมหลักฐานทั้งสัญญา หลักฐานการโอนเงิน บทสนทนา และภาพถ่ายหน้างาน เพื่อเข้าแจ้งความดำเนินคดี โดยกรณีที่มีผู้เสียหายหลายรายอาจเข้าข่ายความผิดฐาน "ฉ้อโกงประชาชน" ตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีอัตราโทษสูงกว่าการฉ้อโกงทั่วไป

