ผู้รับเหมาโกงคืออะไร?
"ผู้รับเหมาโกง" โดยทั่วไปหมายถึง การที่ผู้รับจ้างก่อสร้าง ต่อเติม ซ่อมแซม หรือตกแต่งอาคาร ไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงโดยมีลักษณะเอาเปรียบหรือทุจริตต่อผู้ว่าจ้าง เช่น รับเงินแล้วไม่ทำงาน ทิ้งงานกลางคัน หรือใช้วัสดุไม่ตรงตามที่ตกลง
แหล่งข้อมูลด้านอสังหาริมทรัพย์อย่าง TerraBKK ระบุว่า ปัญหาระหว่างผู้ว่าจ้างกับผู้รับเหมาก่อสร้าง ต่อเติม และออกแบบ เป็นปัญหาที่เกิดมายาวนานและเป็นปัญหาหลักของหลายคน
ทั้งนี้ ต้องเข้าใจก่อนว่าไม่ใช่ทุกกรณีจะถือเป็น "การโกง" ในทางอาญาเสมอไป บางกรณีอาจเป็นเพียง "การผิดสัญญา" ในทางแพ่ง ซึ่งจะอธิบายในส่วนข้อกฎหมายต่อไป
รูปแบบ "กลโกงผู้รับเหมา" ที่พบบ่อย
จากการรวบรวมข้อมูลของสำนักข่าวและเว็บไซต์ด้านกฎหมาย/อสังหาฯ หลายแห่ง สามารถสรุปพฤติการณ์ที่พบบ่อยได้ดังนี้
1. รับเงินแล้วไม่ทำงาน / ทิ้งงานกลางคัน
เป็นรูปแบบที่พบมากที่สุด สำนักงานกฎหมายธนกฤชอธิบายว่า ผู้รับเหมาทิ้งงาน คือ การที่ผู้รับเหมาหยุดทำงานก่อนงานจะเสร็จสมบูรณ์ตามสัญญา หรือตามที่ตกลงกันไว้ โดยมักจะทิ้งงานโดยไม่ได้แจ้งล่วงหน้า
2. เบิกเงินล่วงหน้าเกินจริง แล้วยักยอก
ร้านไทยจราจรชี้ว่าช่องโหว่สำคัญคือ การที่ผู้รับเหมามาขอเบิกเงินล่วงหน้าเพื่อไปซื้อวัสดุก่อสร้าง ทำให้ผู้ว่าจ้างมักต้องจ่ายเงินล่วงหน้าไปก่อนเห็นผลงาน จึงเป็นช่องให้ผู้รับเหมาทุจริตยักยอกเงินและทิ้งงาน
3. ใช้วัสดุเกรดต่ำกว่าที่ตกลง
SCG HEIM อธิบายว่า เนื่องจากผู้ว่าจ้างอาจไม่มีเวลาตรวจหน้างานได้ตลอด จึงเกิดกรณีผู้รับเหมาเอาวัสดุเกรดต่ำกว่าที่ตกลงมาใช้ ส่งผลกระทบต่อคุณภาพบ้านในระยะยาว โดยเฉพาะวัสดุที่ตรวจสอบยาก เช่น โครงสร้างใต้ดิน ผนัง ปูน และเสาเข็ม
4. ปลอมสลิป/ใบเสร็จค่าวัสดุ
มีกรณีที่ปรากฏเป็นข่าว เช่น มติชนรายงานว่า กลุ่มผู้เสียหายบุกกองปราบเอาผิดผู้รับเหมา โกงเงินสร้างบ้าน ทิ้งงาน และปลอมสลิปเบิกจ่ายค่าวัสดุก่อสร้าง เสียหายกว่า 10 ล้านบาท
5. ตีราคาต่ำเกินจริงเพื่อรับงาน จนงบบานปลาย
Royal House ระบุว่า ผู้รับเหมาบางรายตีราคางานต่ำเกินกว่าความเป็นจริงเพราะหวังอยากได้งาน ไม่ว่าจะจ้างเท่าไหร่ก็รับหมด จนก่อให้เกิดการทิ้งงานได้ในที่สุด
6. งานล่าช้า ไม่ได้มาตรฐาน และเปลี่ยนทีมงานโดยไม่แจ้ง
สำนักงานกฎหมาย Balance Niti สรุปพฤติการณ์ที่เข้าข่ายไว้ว่า เบิกเงินแล้วไม่ทำงานตามสัญญา งานล่าช้ากว่ากำหนดแบบไม่มีเหตุผล เบิกค่าวัสดุเกินจริง นำวัสดุเกรดต่ำมาใช้ งานไม่ได้มาตรฐาน และเปลี่ยนทีมงานก่อสร้างโดยไม่แจ้งให้เจ้าของบ้านอนุญาต
ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง: แพ่งหรืออาญา?
ประเด็นสำคัญที่หลายคนเข้าใจผิด คือ "โดนผู้รับเหมาโกง" ไม่ได้แปลว่าจะเป็นคดีอาญาฉ้อโกงเสมอไป
กรณีเข้าข่ายความผิดอาญาฐานฉ้อโกง (มาตรา 341)
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 บัญญัติว่า ผู้ใดโดยทุจริต หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง และได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานฉ้อโกง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
หากเป็นการหลอกลวงต่อประชาชนทั่วไป อาจเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชนตามมาตรา 343 ซึ่งมีโทษหนักขึ้น
กรณีเป็นเพียงการผิดสัญญาในทางแพ่ง
จุดชี้ขาดอยู่ที่ "เจตนาทุจริตตั้งแต่แรก" คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1953/2506 วางหลักไว้ว่า หากผู้รับจ้างไม่ได้มีเจตนาทุจริตตั้งแต่ตอนตกลงกัน แต่ เป็นเรื่องที่ตกลงกันมาแล้วจึงมีเหตุขัดข้องเกิดขึ้น ทำให้ไม่อาจทำตามที่ตกลงได้ ก็เป็นเพียงการผิดสัญญาในทางแพ่งเท่านั้น จะปรับเป็นความผิดทางอาญาไม่ได้
นี่คือเหตุผลที่ผู้เสียหายบางรายไปแจ้งความแล้วได้รับคำตอบว่าเป็นเรื่อง "สัญญาจ้างทำของ" ซึ่งเป็นข้อพิพาททางแพ่ง
สิทธิในการฟ้องร้อง
สำนักงานกฎหมายธนกฤชระบุว่า ผู้ว่าจ้างที่ถูกผู้รับเหมาทิ้งงานสามารถฟ้องได้ทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา และตามข้อมูลของสำนักงานกฎหมาย แม้ว่าจ้างแบบไม่ได้ทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร ก็ยังสามารถฟ้องร้องได้ แม้การมีสัญญาเป็นหนังสือจะเป็นประโยชน์ในการพิสูจน์มากกว่าก็ตาม
หากตกเป็นเหยื่อ ควรร้องเรียนที่ไหน?
ผู้เสียหายสามารถดำเนินการได้หลายช่องทางควบคู่กัน ได้แก่
แจ้งความที่สถานีตำรวจในท้องที่เกิดเหตุ พร้อมรวบรวมหลักฐาน เช่น สัญญา สลิปโอนเงิน และภาพถ่ายหน้างาน
ร้องเรียนต่อ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ซึ่งมีฝ่ายรับเรื่องร้องทุกข์ด้านสัญญาโดยเฉพาะ โดยมีกรณีตัวอย่างที่ สคบ. รับเรื่อง เช่น กรณีตัวแทนผู้เสียหายกว่า 10 คน ว่าจ้างบริษัทแห่งหนึ่งสร้างและรีโนเวทบ้าน แต่บริษัทมาดำเนินการเพียง 1-2 ครั้งแล้วไม่ดำเนินการต่อ จนเลยเวลาที่ตกลงในสัญญา
นอกจากนี้ยังสามารถยื่นเรื่องต่อศูนย์ดำรงธรรมในพื้นที่ หรือปรึกษาทนายความเพื่อประเมินว่าควรดำเนินคดีในทางแพ่งหรืออาญา
หมายเหตุ: สถานะของแต่ละกรณียังขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเป็นรายคดี การจะถือว่า "ผู้รับเหมารายใดมีความผิด" ต้องผ่านกระบวนการพิจารณาของพนักงานสอบสวนและศาลก่อน
บทสรุป
"ผู้รับเหมาโกง" ครอบคลุมพฤติการณ์หลายรูปแบบ ตั้งแต่ทิ้งงาน เบิกเงินเกินจริง ใช้วัสดุเกรดต่ำ ไปจนถึงปลอมเอกสาร โดยเส้นแบ่งสำคัญระหว่าง "คดีอาญาฉ้อโกง" กับ "การผิดสัญญาทางแพ่ง" อยู่ที่การพิสูจน์เจตนาทุจริตตั้งแต่แรก ผู้ว่าจ้างจึงควรทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร แบ่งงวดจ่ายเงินตามเนื้องาน และเก็บหลักฐานทุกขั้นตอน เพื่อป้องกันและใช้สิทธิตามกฎหมายได้เต็มที่ — หากมีความคืบหน้าในกรณีที่เป็นข่าว ทีมข่าวจะรายงานให้ทราบต่อไป
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ผู้รับเหมาทิ้งงานถือว่าผิดกฎหมายอาญาเลยหรือไม่? ตอบ: ไม่เสมอไป ขึ้นอยู่กับว่ามี "เจตนาทุจริตตั้งแต่แรก" หรือไม่ ตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกา หากไม่มีเจตนาทุจริตตั้งแต่ตกลงกัน อาจเป็นเพียงการผิดสัญญาในทางแพ่ง
ถาม: ไม่มีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร ฟ้องได้หรือไม่? ตอบ: ตามข้อมูลของสำนักงานกฎหมาย แม้ไม่มีสัญญาเป็นหนังสือก็สามารถฟ้องร้องได้ แต่การมีสัญญาและหลักฐานจะช่วยในการพิสูจน์ได้ดีกว่า
ถาม: ฉ้อโกงตามมาตรา 341 มีโทษเท่าใด? ตอบ: จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ถาม: ควรร้องเรียนที่ไหนเมื่อโดนผู้รับเหมาโกง? ตอบ: แจ้งความที่สถานีตำรวจท้องที่ ร้องเรียน สคบ. ศูนย์ดำรงธรรม และปรึกษาทนายความเพื่อประเมินแนวทางคดี

